คุยเฟื่องเรื่องธุรกิจ » “กลุ่มบริษัทไฮไลฟ์” เปิดตัวโรงงานมูลค่ากว่า 400 ล้าน “ไฮไลฟ์ โกลบอล ฟู้ดส์”ชูเทคโนโลยีในกระบวนการผลิต อาหาร-ผลไม้ สด/แปรรูป รักษ์สิ่งแวดล้อมสร้างรายได้ให้ชุมชน

“กลุ่มบริษัทไฮไลฟ์” เปิดตัวโรงงานมูลค่ากว่า 400 ล้าน “ไฮไลฟ์ โกลบอล ฟู้ดส์”ชูเทคโนโลยีในกระบวนการผลิต อาหาร-ผลไม้ สด/แปรรูป รักษ์สิ่งแวดล้อมสร้างรายได้ให้ชุมชน

11 ธันวาคม 2024
215   0

Spread the love

“กลุ่มบริษัทไฮไลฟ์” เปิดตัวโรงงานมูลค่ากว่า 400 ล้าน “ไฮไลฟ์ โกลบอล ฟู้ดส์”ชูเทคโนโลยีในกระบวนการผลิต อาหาร-ผลไม้ สด/แปรรูป รักษ์สิ่งแวดล้อม สร้างรายได้ให้ชุมชน

เชียงใหม่, 11 ธันวาคม 2567 กลุ่มบริษัทไฮไลฟ์ เปิดตัวโรงงานไฮไลฟ์ โกลบอล ฟู้ดส์ (Hylife Global Food) มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท มุ่งสู่การเป็นผู้นำอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร โดยนำเทคโนโลยีทันสมัยใช้ในกระบวนการผลิต ทุกขั้นตอนเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สอดคล้องเป้าหมายด้านการดำเนินธุรกิจที่มีความยั่งยืนระดับโลก พร้อมสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว ทั้งในองค์กรและชุมชน เตรียมเปิดตลาดทั้งในและต่างประเทศ

ดร.บัณฑิต จำรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไฮไลฟ์ โกลบอล ฟู้ดส์ จำกัด ภายใต้กลุ่มบริษัทไฮไลฟ์ เปิดเผยว่า “กลุ่มบริษัทไฮไลฟ์” ลงทุน 422 ล้านบาท สร้างโรงงาน “ไฮไลฟ์ โกลบอล ฟู้ดส์” ดำเนินธุรกิจ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผักและผลไม้ตัดแต่งสดพร้อมรับประทานและแปรรูป โดยนำผลผลิตในชุมชนมาแปรรูปเพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออก โดยเฉพาะผักและผลไม้แปรรูป เช่น ผลไม้อบแห้ง, ผลไม้กรอบ, ผลไม้ตัดแต่งสดพร้อมรับประทาน รวมไปถึงผลไม้ที่สร้างมูลค่าเพิ่มแบบหลากหลาย เช่น เคลือบช็อกโกแลต รวมไปถึงข้าวแต๋นกรอบปรุงรสต่างๆ โดยผลิตภัณฑ์แปรรูปจากบริษัท มีความแตกต่างจากบริษัทอื่น คือ มีการนำนวัตกรรมเข้ามาใช้ในการทำงาน รวมไปถึงกระบวนการผลิตที่สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน เช่น นำนวัตกรรมมาใช้ในกระบวนการยืดอายุผักผลไม้ตัดแต่งพร้อมรับประทาน โดยยังคงแร่ธาตุจากธรรมชาติ และกระบวนการแปรรูปในสุญญากาศ เป็นต้น”

ดร.บัณฑิต จำรัส กล่าวต่อว่า บริษัทให้ความสำคัญในการป้องกัน เรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยทำการศึกษาและประเมินผลกระทบต่างๆ และมีการออกแบบระบบป้องกันผลกระทบอย่างยั่งยืน ตลอดจนมีนโยบายในการใช้พลังงานแสงอาทิตย์และการสร้างเครดิตคาร์บอน โดยดำเนินการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาที่มีความจุ 999 กิโลวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ถึง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายใน 20 ปี โครงการนี้จะช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon Footprint) ของบริษัทได้ถึง 1,000-1,200 ตัน/ปี และสร้างเครดิตคาร์บอน ซึ่งเป็นแนวทางที่ไม่เหมือนใครในอุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร นอกจากนี้ เรายังมีแผนที่จะดำเนินการประเมิน Carbon Footprint ทั้งในระดับผลิตภัณฑ์ (CFP) และองค์กร (CFO) เพื่อก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในอนาคต

“นอกจากนี้ โรงงานยังมีการบำบัดน้ำเสียขั้นสูง ควบคู่ไปกับการผลิตพลังงานจากก๊าซชีวภาพ โดยใช้ระบบการย่อยก๊าซชีวภาพขั้นสูงในการบำบัดน้ำเสียที่มีค่า BOD (Biochemical Oxygen Demand) สูง สามารถบำบัดน้ำเสียได้ 100% และยังสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 500 kWh ต่อวัน ระบบนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้บริษัทปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด แต่ยังสามารถเปลี่ยนของเสียให้เป็นพลังงานทดแทน ไม่เพียงเท่านั้น น้ำที่ได้รับการบำบัดแล้วจะถูกนำไปแจกจ่ายให้กับเกษตรกรในพื้นที่ ใช้เป็นแหล่งน้ำในการเพาะปลูกในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งสามารถช่วยสนับสนุนการเกษตรและลดมลพิษทางน้ำในพื้นที่”   รวมทั้งให้ความสำคัญในการใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้งผลิตภัณฑ์ที่เหลือจากกระบวนการผลิตทั้งหมดจะถูกรีไซเคิลหรือใช้ประโยชน์ใหม่ โดยมีนโยบาย Zero-Waste และบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน เพื่อลดการทิ้งขยะให้เหลือน้อยที่สุด การดำเนินการตามแนวทางเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการรักษาความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการผลิต การดำเนินงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของไฮไลฟ์ โกลบอล ฟู้ดส์ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในโรงงาน แต่ยังขยายผลไปถึงชุมชนท้องถิ่น โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ด้วยการจัดหาน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วให้กับเกษตรกรในพื้นที่และสร้างความร่วมมือกับชุมชนเกษตรกร ความสัมพันธ์เชิงบวกนี้ไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์ต่อบริษัท แต่ยังส่งผลดีต่อทั้งสิ่งแวดล้อมและชุมชนท้องถิ่นอีกด้วย ที่สำคัญ คือ สามารถสนับสนุนชุมชน หรือสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่ โดยเราใช้แรงงานรวมถึงวัตถุดิบในกระบวนการผลิตเกือบทั้งหมดจากชุมชนโดยรอบโรงงาน ซึ่งจะมีทีมส่งเสริมที่จะเข้าอบรมให้ความรู้เกษตรกรและรับรองการซื้อผลผลิตเข้าสู่โรงงาน

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไฮไลฟ์ โกลบอล ฟู้ดส์ จำกัด ภายใต้กลุ่มบริษัทไฮไลฟ์กล่าวถึงแผนการตลาดว่า แบ่งออกเป็น ในประเทศ 30-40% และ ส่งออก 60-70% โดยตลาดในประเทศมีเป้าหมายจะนำสินค้าไปวางขายในห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อชั้นนำในประเทศไทย ส่วนตลาดต่างประเทศ จะมีตลาดหลักอยู่ใน สหรัฐอเมริกา ตะวันออกกลาง และ ญี่ปุ่น โดยวางเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจใหม่ในปีแรกไว้ว่า สิ้นปี 2568 บริษัท ไฮไลฟ์ โกลบอล ฟู้ดส์ จำกัด จะขยายตลาดสู่ภูมิภาค ยุโรป รัสเซีย และจีน และตั้งเป้าหมายจะเป็นคู่ค้าของห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อชั้นนำในประเทศไทยในอีก 5 ปี ข้างหน้า